ฟิล์มปรอท

รับติดฟิล์มรถยนต์

1

รับติดฟิล์มรถยนต์ ได้รับความนิยมแพร่หลายจนทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ แต่ทั้งนี้วันนี้เราจะมาศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้อกับการเลือกใช้ของดีมีคุณภาพ ความรู้ที่ดี จะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายในการติดฟิล์มรถยนต์ไปมหาศาล ทั้งยังได้ของดีมีคุณภาพ เพราะฟิล์มดีๆจะอยู่กับเราไปอีกหลายปี เลือกติดทั้งที เลือกที่ดีๆ ดีกว่าครับ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โทร 099-335-8756
รับติดฟิล์มรถยนต์ดีอย่างไร

“ฟิล์มรถยนต์ที่ดี จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี”

ติดฟิล์มรถยนต์ ช่วยลดความร้อน ของรถได้สูงถึง 98%
ติดฟิล์มรถยนต์ ป้องกันผิวหนังและดวงตา โดยการติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือยูวีได้กว่า 99% ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนังและต้อกระจก
ติดฟิล์มรถยนต์ ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ฟิล์มกรองแสง ที่ดีจะสามารถยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ปลอดภัยจากความคมของเศษกระจก หรือเศษจากกระจกนิรภัย กระเด็นเข้าตา
ติดฟิล์มรถยนต์ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ การติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดแสงจ้าจากดวงอาทิตย์, แสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทาง ทำให้ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีขึ้น
ติดฟิล์มรถยนต์ สร้างความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย การติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงจะช่วยบดบังผู้ประสงค์ร้ายภายนอก และบดบังทรัพย์สินภายใน การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยปกป้องรถคุณ ไม่ให้อุปกรณ์ภายในรถไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัด, คอนโซน, พวงมาลัย

Read more
Share

0

ก่อนที่จะรู้จักค่าลดความร้อนจากสปอร์ตไลต์ ,ค่าลดความร้อนจากแสงแดด  เราต้องรู้ก่อนว่าปกติแล้ว ในแสงอาทิตย์นั้น จะประกอบไปด้วยรังสี 3 อย่างโดยมี รังสีUV 3% แสงสว่าง 47% รังสีอินฟราเรด 53% ในสปอร์ตไลท์นั้น จะประกอบไปด้วยรังสี 2 อย่างโดยมี แสงสว่าง 10-20% รังสีอินฟราเรด 80-90%
ซึ่งเราจะสังเกตุได้ว่าในสปอร์ตไลท์นั้น จะมีสัดส่วนของรังสีอินฟราเรดหรือรังสีความร้อนมากกว่าแสงอาทิตย์เกือบเท่าตัว

ค่าลดความร้อนจากสปอร์ตไลท์ คือ ค่าลดความร้อนของฟิล์มรถยนต์เมื่อทดสอบกับแสงจากสปอร์ตไลท์  ส่วนมากจะมีค่ามากกว่าการลดความร้อนจากแสงแดด เพราะสปอร์ตไลท์มีสัดส่วนของรังสีอินฟราเรดมากกว่า เพราะฉะนั้นการใช้ สปอร์ตไลท์ หรือ หลอดอินฟราเรดเป็นตัวทดสอบความร้อนในเครื่องทดสอบฟิล์มต่างๆ จึงเป็นการทดสอบค่าลดความร้อนได้อย่างคร่าวๆ ค่าลดความร้อนจริงๆ ควรจะทดสอบจากแสงแดดจริงๆ ซึ่งความเข้มของฟิล์มกรองแสงจะมีปัจจัยเป็นปัจจัยสำคัญด้วย จะมีความถูกต้องมากกว่า  
ค่าลดความร้อนรวม (Total Solar Energy Rejected , TSER) หรือ ค่าลดความร้อนจากแสงแดด (

Read more
Share

0

ค่าการป้องกันแสงอาทิตย์ของการติดฟิล์มรถยนต์
เนื่องจากแสงอาทิตย์ประกอบไปด้วยรังสีที่มองเห็นด้วยตาเปล่า (แสงสว่าง) และ รังสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (รังสีUV , รังสีอินฟราเรด) วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่าค่าการป้องกันรังสี UV และ ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด คืออะไร สามารถบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง
ค่าการป้องกันรังสี UV (UltraViolet Rejected , UVR) คือ ความสามารถในการป้องกันรังสีUVที่มีอยู่ในแสงแดด  รังสี UV เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงสุด เป็นอันตรายต่อร่างกาย และ ทำให้ ทรัพย์สิน อุปกรณ์ต่างๆภายในรถ เสื่อมสภาพ ซึ่งโดยปกติแล้ว ฟิล์มกรองแสงเกือบทุกชนิดจะสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99%  ถือเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของฟิล์มกรองแสงทุกชนิด ทุกยี่ห้อต้องมี ซึ่งการป้องกันรังสี UV ได้99% นั้นจะไม่เกี่ยวกับการป้องกันความร้อนจากแสงแดด หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ฟิล์มกรองแสงที่ป้องกันรังสี UV99%นั้น อาจจะไม่กันความร้อนเลยก็เป็นได้
ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด (Infrared Rejected

Read more
Share

0

ค่าแสงส่องผ่าน (Visible light transmited, VLT) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงปริมาณแสงส่องผ่านของฟิล์มกรองแสงนั้นๆ ยิ่งแสงส่องผ่านมาก ก็จะทำให้ฟิล์มมีความใสมาก ถ้าแสงส่องผ่านน้อย ก็จะทำให้ฟิล์มมีความใสน้อย หรือมีความทึบมาก  การเรียกความเข้มของฟิล์มว่า 40/60/80 ไม่ใช่การเรียกค่าแสงสว่างส่องผ่านของฟิล์ม
การเรียกความเข้มของฟิล์มที่ถูกต้องนั้น
ฟิล์มเข้ม 80 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 5 %
ฟิล์มเข้ม 60 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 20 %
ฟิล์มเข้ม 40 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 40-50 %
ถ้าใสกว่านี้โดยทั่วไปก็จะเรียกว่าฟิล์มใส แสงส่องผ่าน ( VLT ) ประมาณ 70%

Read more
Share

0

1.ติดฟิล์มรถยนต์สีดำเข้ม ไม่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ ?
ในปัจจุบัน กฎหมายบังคับใช้ฟิล์มกรองแสง ขณะนี้ได้ยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว โดยการเปิด เผยของนายพงศกร เลาหวิเชียร รมช.กระทรวงคมนาคม  
ที่มา http://www.trafficpolice.go.th/project4.php
แต่ หากจะย้อนไปถึงสมัยหลายปีก่อน  กรมการขนส่งเคยออกกฎหมาย  ให้รถยนต์ทุกคัน ติดฟิล์มกรองแสงได้โดยให้ค่าของแสงผ่านได้ร้อยละ 40 เหตุผลก็คือเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและอาชญากรรม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคเท่าใดนัก เพราะ ผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ จะติดฟิล์มความเข้มเกิน 40% อยู่แล้ว (เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปี) ทำให้รถเกือบทุกคันต้องลอกเปลี่ยนฟิล์มเก่าทิ้ง  นอกจากนี้ยังเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของความเป็นธรรม เพราะรถของกรมตำรวจบางคันเอง หรือรถของบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ยังคงติดฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้รถทั่วไป กฏหมายฉบับนี้จึงถูกยกเลิกไปในที่สุด
 
2.คราบน้ำที่เกิดขึ้นบนกระจกหลังจากติดตั้ง จะหายไปเองหรือไม่ ?
ในกระบวนการติดตั้งฟิล์มกรองแสงนั้น จะมีการใช้น้ำยาติดตั้งฉีดลงบนกระจก และ กาวบนแผ่นฟิล์มกรองแสงก่อนติดตั้ง เพื่อที่จะได้เลื่อนขยับแผ่นฟิล์มให้เข้ารูปกับกระจกได้ หลังจากนั้นจะถูกรีดออกด้วยเครื่องมือรีดน้ำแบบต่างๆ หลังจากติดตั้งฟิล์มกรองแสงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีน้ำยาติดตั้งเหลืออยู่ระหว่างแผ่นฟิล์มกับกระจกบ้าง  ถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ลักษณะมองผิวเผินจะคล้ายๆกับฟองอากาศ

Read more
Share

0

ปัจจุบันการติดฟิล์มรถยนต์เป็นที่แพร่หลายอย่างมากและถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถยนต์ทุกคัน เพราะ ภูมิอากาศของเมืองไทยเป็นเมืองร้อน
โดยปกติผู้ใช้รถควรจะคำนึงถึงหลักสำคัญ 4 ประการคือ
1.การป้องกันรังสีความร้อน
การป้องกันรังสีความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆของการเลือกฟิล์มติดรถยนต์เนื่องจากเมืองไทยเป็นประเทศที่มีอากาศค่อนข้างร้อนทำให้ผู้บริโภคนิยมเลือกใช้ฟิล์มติดรถยนต์ที่กันความร้อนได้สูง โดยปกติแล้วฟิล์มกรองแสงที่มีความเข้มมากมักจะกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีกว่าฟิล์มกรองแสงสีใส เนื่องจากในแสงสว่างนั้นก็จะมีความร้อนแฝงอยู่ด้วย  และฟิล์มกรองแสงที่สะท้อนมากก็จะสามารถกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มกรองแสงที่สะท้อนน้อยๆเช่นกัน
2.ทัศนะวิสัยการมองเห็นจากภายในรถยนต์ (ทั้งกลางวันและกลางคืน)
ทัศนะวิสัยการมองเห็นถึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะตัดสินใจเลือกฟิล์มรถยนต์ โดยปกติแล้วฟิล์มที่มีความเข้มน้อย ทัศนวิสัยก็จะดีกว่าฟิล์มที่มีความเข้มมาก  และฟิล์มสีดำทัศนวิสัยก็จะดีกว่าฟิล์มปรอทเช่นเดียวกัน เนื่องจากฟิล์มมีความสะท้อนน้อยกว่า ฟิล์มคุณภาพสูง เช่นฟิล์มประเภทนาโน ทัศนวิสัยการขับขี่ก็จะดีกว่าฟิล์มแบบธรรมดาหรือฟิล์มย้อมสีเช่นเดียวกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสายตาของผู้ขับขี่เองด้วย ถ้าผู้ขับขี่มีปัญหาด้านสายตาหรือสายตาสั้นก็ควรจะเลือกฟิล์มที่มีความเข้มในระดับไม่เกิน60%
3.ความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งฟิล์มกรองแสง
ความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งฟิล์มกรองแสง กระจกรถยนต์ถือเป็นส่วนประกอบหลักที่ผู้บริโภคแทบทุกท่านคำนึงถึง  ดังนั้นเฉดสีและเปอร์เซ็นต์การสะท้อนของฟิล์มกรองแสงจึงมีผลต่อความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งด้วย  โดยส่วนใหญ่แล้วรถยนต์แต่ละสีก็จะเข้ากับเฉดสีของฟิล์มกรองแสงต่างกันขึ้นอยู่กับความชอบและรูปทรงของรถยนต์
4.คุณภาพการรับประกันและการติดตั้ง
ฟิล์มติดรถยนต์ที่ดี ควรจะมีการรับประกันคุณภาพเนื้อฟิล์มตั้งแต่ 5-10 ปี ผลิตจากโรงงานที่เชื่อถือได้และมีศูนย์ติดตั้งที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะให้คำแนะนำ ปรึกษา และติดตั้งให้อย่างมืออาชีพ

Read more
Share

0

หลายๆ คนมีคำถามสงสัยว่า ติดฟิล์มปรอท จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เพราะสารปรอทเป็นโลหะหนัก เป็นพิษต่อร่างกาย  ถ้าฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพก็กังวลว่าสารปรอทรั่วไหลออกมาหรือไม่  ซึ่งในความจริงแล้ว ฟิล์มปรอทนั้น ไม่ได้มีส่วนประกอบของปรอทในการผลิตอยู่เลย ฟิล์มปรอทที่คนทั่วๆไปเรียกกันนั้น จะทำมาจากฉาบสารโลหะประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสารอลูมิเนียม , ไททาเนียม , เงิน , ทอง ฯลฯ  แล้ว ทำไมถึงเรียกกันว่าฟิล์มปรอทหละ? อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของผู้บริโภคคนไทยสมัยก่อนเช่นกัน ด้วยความที่ว่าในสมัยที่ฟิล์มฉาบโลหะนำเข้ามาในประเทศไทยใหม่ๆนั้น คนสังเกตุเห็นฟิล์มเป็นแผ่นมันวาวคล้ายๆกับกระจก จึงเหมารวมไปว่า ฟิล์มแบบฉาบโลหะน่าจะมีวิธีการผลิตเหมือนกับการผลิตกระจกโดยใช้สารปรอท และได้เรียกผิดๆกันต่อๆมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องนั้น ควรจะเรียกว่า “ฟิล์มฉาบโลหะ” จะถูกต้องมากกว่า

Read more
Share
รับติดฟิล์มรถยนต์รับประกัน

0

เงื่อนไขการรับประกันฟิล์มกรองแสง HeatGard
บริษัท อินเตอร์ คูลลิ่งเทค จำกัด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เลือกใช้ไว้วางใจเลือกใช้ ฟิล์มกรองแสงฮีทการ์ด  (HeatGard)  ทางบริษัทฯ ขอรับประกันคุณภาพของฟิล์มกรองแสงฮีทการ์ดที่ติดตั้งจาก “ตัวแทนจำหน่าย” อย่างเป็นทางการว่า เนื้อฟิล์มจะไม่ แห้งกรอบ, แตกร้าว, หลุดลอกออกจากกระจก รุ่นBlackGard เป็นระยะเวลา 5 ปี, รุ่น NanoGard เป็นระยะเวลา 7 ปี กรณีฟิล์มกรองแสงเกิดความเสียหายทาง “ตัวแทนจำหน่าย” จะยินดีซ่อมแซม หรือ เปลี่ยนฟิล์มให้ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทางบริษัทฯ จะไม่รับประกันความเสียหายอันเนื่องมาจาก
– การทำลาย โดยบุคคลที่ ไม่ใช่ช่างผู้ติดตั้ง
– การใช้งานและการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง
– กรณีกระจกแตกจากอุบัติเหตุ
– ติดฟิล์มกรองแสงทับตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป
ซึ่งการรับประกันมีผลใช้เฉพาะผู้มีชื่อในใบรับประกันเท่านั้นและไม่สามารถเปลี่ยนมือ หรือโอนให้แก่ผู้อื่นได้ หากมีรอยแก้ไขในใบรับประกัน ,

Read more
Share
ฟิล์มรับติดฟิล์ม

0

ในตลาดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์บ้านเรานั้น จะมีการเรียกความเข้มของฟิล์มไว้ 3 ระดับ คือ เข้ม 40 / 60 / 80  โดยที่
ฟิล์ม 40 เป็นฟิล์มที่เข้มน้อยที่สุด
ฟิล์ม 60 เป็นฟิล์มที่เข้มระดับกลางๆ
ฟิล์ม 80 เป็นฟิล์มที่มีความเข้มมากที่สุด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเรียกความเข้มของฟิล์ม 40 / 60 / 80 เป็นการเข้าใจผิดของผู้บริโภค เพราะในสมัยแรกๆนั้น มีตัวเลือกของฟิล์มกรองแสงอยู่ไม่มาก คนจึงเรียกฟิล์มที่มีความเข้มมากที่สุดว่าฟิล์ม 80  เข้มน้อยรองลงมาก็คือฟิล์ม 60 เข้มน้อยสุด 40 เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ  จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเรียกกันผิดๆ
จริงๆแล้ว ค่าความเข้มของฟิล์มกรองแสง ควรจะพิจารณาจากค่าแสงสว่างส่องผ่าน (Visible Light Transmittance, VLT) เป็นหลัก

Read more
Share
รับติดฟิล์มรถยนต์

0

ในปัจจุบันฟิล์มกรองแสงก็มีให้เลือกหลากหลายประเภทหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมองผิวเผินจากภายนอกแล้ว จะมีลักษณะคล้ายๆกันหมด แต่ถ้าจะให้พิจารณาถึงประเภทของฟิล์มกรองแสงตามกระบวนการผลิตแล้ว จะสามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1.ฟิล์มรถยนต์แบบย้อมสี(Deep Dye or Chip Dye Window films) เป็นฟิล์มติดรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุด  และคุณภาพแย่ที่สุด  ฟิล์มรถยนต์แบบย้อมสีนั้นจะสามารถป้องกันแสงสว่างได้และป้องกันรังสี UV ได้บางส่วน  แต่ไม่กันสามารถกันรังสีความร้อนจากแสงแดดได้เลย  อายุการใช้งานจะประมาณ 1-3 ปี หลังจากหมดอายุแล้ว ฟิล์มจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง และหลุดลอกออกมาจากระจกในที่สุด  
2.ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบไอโลหะ (Metallized  Evaporation Window Films) หรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่า   “ฟิล์มปรอท”  ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบปรอทแบบนี้จะถูกเคลือบผิวด้วยไอโลหะประเภทต่างๆ เช่น อลูมิเนียม , ไทนาเนียม ฯลฯ ฟิล์มติดรถยนต์แบบฉาบไอปรอทนี้ จะสามารถกันรังสีความร้อนได้มากพอสมควร  ผิวฟิล์มจะมีความมันเงา สะท้อนแสง ให้ความเป็นส่วนตัว เป็นที่นิยมในตลาดฟิล์มกรองแสง อายุการใช้งานประมาณ 5-7 ปี

Read more
Share
X