ฟิล์มปรอท

0

รับติดฟิล์มรถยนต์ เซรามิคคืออะไร

นาโนเทคโนโลยีกับการออกแบบฟิล์มเซรามิคเพื่อการป้องกันแสง UV และป้องกันรังสีความร้อน
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการผลิตฟิล์มกรองแสงได้พัฒนาขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง จากสมัยก่อนที่ต้องมีการย้อมสีฟิล์มเพื่อเพิ่มความเข้ม เพิ่มเฉดสี หรือเคลือบสารโลหะต่างๆ เช่น ทอง เงิน อลูมิเนียม เพื่อใช้ในการสะท้อนความร้อน หรือที่เรียกกันว่า ฟิล์มปรอท มาในปัจจุบัน มีการใช้สารอนุภาคนาโนในรูปแบบต่างๆ เช่น เซรามิค มาช่วยเสริมเข้าไปในเนื้อฟิล์มกรองแสง ทำให้ฟิล์มกรองแสงในปัจจุบันนั้น มีคุณสมบัติโดดเด่นหลากหลายประการ โดยเฉพาะการกันความร้อน เพราะอนุภาค นาโน มีคุณสมบัติในการตัดรังสีความร้อนได้โดยเฉพาะ โดยไม่ต้องอาศัยการสะท้อนของแสงเหมือนฟิล์มสมัยก่อน ผลที่ได้ทำให้ฟิล์มนาโนเซรามิคที่มีการสะท้อนแสงน้อย ไม่เงา ไม่มีปรอท ทำให้เวลาขับรถไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ความคมชัด จะดีกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วๆไป และอนุภาคนาโนยังมีความทนทานต่อความร้อนสูง สามารถคงอนุภาคนาโนได้นาน ไม่เสื่อมสภาพ ทำให้ฟิล์มที่ทำจากนาโนเซรามิคนั้น มีความทนทานกว่าฟิล์มทั่วๆไป ที่สำคัญ สีฟิล์มจะไม่ซีดจาง และการป้องกันความร้อนก็จะป้องกันได้สม่ำเสมอ ตลอดอายุการใช้งาน
เส้นใยนาโนเซรามิกเป็นวัสดุที่ได้รับความสนใจอย่างมากในการนำไปประยุกต์ใช้งานที่ หลากหลายด้วยสมบัติที่ขึ้นกับพื้นที่ผิวที่เพิ่มขึ้นและขนาดที่เล็กลงของวัสดุ นอกจากนี้เส้นใยนาโนยังมี สมบัติพิเศษทั้งทางด้านฟิสิกส์ เคมี

Read more
Share

0

รับติดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง Heat Gard รุ่น Nano Gard

รายละเอียดสินค้า
รับติดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง Heat Gard รุ่น Nano Gard “ฟิล์มนาโนเกรดพรีเมียม ชัดกว่า กันร้อนเยี่ยม”ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากประเทศเยอรมัน ใช้อนุภาคนาโนเคลือบลงบนแผ่นฟิล์มแทนการย้อมสีหรือการฉาบด้วยโลหะ ทำให้ได้ฟิล์มเกรดพรีเมียมที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการป้องกันรังสี UV และความร้อนที่ดีเยี่ยมสูงสุดถึง82% เนื้อฟิล์มคมชัด ไม่สะท้อนแสง ทำให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ดีกว่าฟิล์มทั่วๆไปทั้งกลางวันและกลางคืน สีดำสนิท สีไม่ซีดจาง เพิ่มความเป็นส่วนตัว อีกทั้งไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ , GPS , Easy Pass รับประกันยาวนานถึง 7 ปี ทนทาน ไม่เป็นสนิม

สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
เบอร์โทร: 099-335-8756  , 02-003-3583
E-mail: heatgardfilm@gmail.com
Line : HeatGard

Read more
Share

0

รับติดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง Heat Gard รุ่น Black Gard

รายละเอียดสินค้า
รับติดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง Heat Gard รุ่น Black Gard “ฟิล์มกันความร้อนสูง คุณภาพเกินราคา”ผลิตจากแผ่น Polyester คุณภาพสูง เคลือบด้วยอนุภาคโลหะกันร้อน พร้อมสารกันรอยขีดข่วน ทำให้ได้เนื้อฟิล์มที่มีคุณภาพสูง เนื้อฟิล์มคมชัด สีดำเข้ม เพิ่มความดุดัน ให้ความเป็นส่วนตัว สามารถป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังได้ถึง 99% และยังกันความร้อนได้สูงสุดถึง 70% รับประกันยาวนาน 5 ปี

Read more
Share

1

รับติดฟิล์มรถยนต์ ได้รับความนิยมแพร่หลายจนทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ แต่ทั้งนี้วันนี้เราจะมาศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้อกับการเลือกใช้ของดีมีคุณภาพ ความรู้ที่ดี จะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายในการติดฟิล์มรถยนต์ไปมหาศาล ทั้งยังได้ของดีมีคุณภาพ เพราะฟิล์มดีๆจะอยู่กับเราไปอีกหลายปี เลือกติดทั้งที เลือกที่ดีๆ ดีกว่าครับ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โทร 099-335-8756
รับติดฟิล์มรถยนต์ดีอย่างไร
“ฟิล์มรถยนต์ที่ดี จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี”

ติดฟิล์มรถยนต์ ช่วยลดความร้อน ของรถได้สูงถึง 98%
ติดฟิล์มรถยนต์ ป้องกันผิวหนังและดวงตา โดยการติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือยูวีได้กว่า 99% ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนังและต้อกระจก
ติดฟิล์มรถยนต์ ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ฟิล์มกรองแสง ที่ดีจะสามารถยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ปลอดภัยจากความคมของเศษกระจก หรือเศษจากกระจกนิรภัย กระเด็นเข้าตา
ติดฟิล์มรถยนต์ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ การติดฟิล์มกรองแสงสามารถลดแสงจ้าจากดวงอาทิตย์, แสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทาง ทำให้ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีขึ้น
ติดฟิล์มรถยนต์ สร้างความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย การติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงจะช่วยบดบังผู้ประสงค์ร้ายภายนอก และบดบังทรัพย์สินภายใน การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยปกป้องรถคุณ ไม่ให้อุปกรณ์ภายในรถไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัด, คอนโซน, พวงมาลัย ฯลฯ

Read more
Share

0

ก่อนที่จะรู้จักค่าลดความร้อนจากสปอร์ตไลต์ ,ค่าลดความร้อนจากแสงแดด  เราต้องรู้ก่อนว่าปกติแล้ว ในแสงอาทิตย์นั้น จะประกอบไปด้วยรังสี 3 อย่างโดยมี รังสีUV 3% แสงสว่าง 47% รังสีอินฟราเรด 53% ในสปอร์ตไลท์นั้น จะประกอบไปด้วยรังสี 2 อย่างโดยมี แสงสว่าง 10-20% รังสีอินฟราเรด 80-90%
ซึ่งเราจะสังเกตุได้ว่าในสปอร์ตไลท์นั้น จะมีสัดส่วนของรังสีอินฟราเรดหรือรังสีความร้อนมากกว่าแสงอาทิตย์เกือบเท่าตัว

ค่าลดความร้อนจากสปอร์ตไลท์ คือ ค่าลดความร้อนของฟิล์มรถยนต์เมื่อทดสอบกับแสงจากสปอร์ตไลท์  ส่วนมากจะมีค่ามากกว่าการลดความร้อนจากแสงแดด เพราะสปอร์ตไลท์มีสัดส่วนของรังสีอินฟราเรดมากกว่า เพราะฉะนั้นการใช้ สปอร์ตไลท์ หรือ หลอดอินฟราเรดเป็นตัวทดสอบความร้อนในเครื่องทดสอบฟิล์มต่างๆ จึงเป็นการทดสอบค่าลดความร้อนได้อย่างคร่าวๆ ค่าลดความร้อนจริงๆ ควรจะทดสอบจากแสงแดดจริงๆ ซึ่งความเข้มของฟิล์มกรองแสงจะมีปัจจัยเป็นปัจจัยสำคัญด้วย จะมีความถูกต้องมากกว่า  
ค่าลดความร้อนรวม (Total Solar Energy Rejected , TSER) หรือ ค่าลดความร้อนจากแสงแดด (

Read more
Share

0

ค่าการป้องกันแสงอาทิตย์ของการติดฟิล์มรถยนต์
เนื่องจากแสงอาทิตย์ประกอบไปด้วยรังสีที่มองเห็นด้วยตาเปล่า (แสงสว่าง) และ รังสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (รังสีUV , รังสีอินฟราเรด) วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่าค่าการป้องกันรังสี UV และ ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด คืออะไร สามารถบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง
ค่าการป้องกันรังสี UV (UltraViolet Rejected , UVR) คือ ความสามารถในการป้องกันรังสีUVที่มีอยู่ในแสงแดด  รังสี UV เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงสุด เป็นอันตรายต่อร่างกาย และ ทำให้ ทรัพย์สิน อุปกรณ์ต่างๆภายในรถ เสื่อมสภาพ ซึ่งโดยปกติแล้ว ฟิล์มกรองแสงเกือบทุกชนิดจะสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99%  ถือเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของฟิล์มกรองแสงทุกชนิด ทุกยี่ห้อต้องมี ซึ่งการป้องกันรังสี UV ได้99% นั้นจะไม่เกี่ยวกับการป้องกันความร้อนจากแสงแดด หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ฟิล์มกรองแสงที่ป้องกันรังสี UV99%นั้น อาจจะไม่กันความร้อนเลยก็เป็นได้
ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด (Infrared Rejected

Read more
Share

0

ค่าแสงส่องผ่าน (Visible light transmited, VLT) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงปริมาณแสงส่องผ่านของฟิล์มกรองแสงนั้นๆ ยิ่งแสงส่องผ่านมาก ก็จะทำให้ฟิล์มมีความใสมาก ถ้าแสงส่องผ่านน้อย ก็จะทำให้ฟิล์มมีความใสน้อย หรือมีความทึบมาก  การเรียกความเข้มของฟิล์มว่า 40/60/80 ไม่ใช่การเรียกค่าแสงสว่างส่องผ่านของฟิล์ม
การเรียกความเข้มของฟิล์มที่ถูกต้องนั้น
ฟิล์มเข้ม 80 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 5 %
ฟิล์มเข้ม 60 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 20 %
ฟิล์มเข้ม 40 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 40-50 %
ถ้าใสกว่านี้โดยทั่วไปก็จะเรียกว่าฟิล์มใส แสงส่องผ่าน ( VLT ) ประมาณ 70%

Read more
Share

0

1.ติดฟิล์มรถยนต์สีดำเข้ม ไม่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ ?
ในปัจจุบัน กฎหมายบังคับใช้ฟิล์มกรองแสง ขณะนี้ได้ยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว โดยการเปิด เผยของนายพงศกร เลาหวิเชียร รมช.กระทรวงคมนาคม  
ที่มา http://www.trafficpolice.go.th/project4.php
แต่ หากจะย้อนไปถึงสมัยหลายปีก่อน  กรมการขนส่งเคยออกกฎหมาย  ให้รถยนต์ทุกคัน ติดฟิล์มกรองแสงได้โดยให้ค่าของแสงผ่านได้ร้อยละ 40 เหตุผลก็คือเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและอาชญากรรม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคเท่าใดนัก เพราะ ผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ จะติดฟิล์มความเข้มเกิน 40% อยู่แล้ว (เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปี) ทำให้รถเกือบทุกคันต้องลอกเปลี่ยนฟิล์มเก่าทิ้ง  นอกจากนี้ยังเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของความเป็นธรรม เพราะรถของกรมตำรวจบางคันเอง หรือรถของบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ยังคงติดฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้รถทั่วไป กฏหมายฉบับนี้จึงถูกยกเลิกไปในที่สุด
 
2.คราบน้ำที่เกิดขึ้นบนกระจกหลังจากติดตั้ง จะหายไปเองหรือไม่ ?
ในกระบวนการติดตั้งฟิล์มกรองแสงนั้น จะมีการใช้น้ำยาติดตั้งฉีดลงบนกระจก และ กาวบนแผ่นฟิล์มกรองแสงก่อนติดตั้ง เพื่อที่จะได้เลื่อนขยับแผ่นฟิล์มให้เข้ารูปกับกระจกได้ หลังจากนั้นจะถูกรีดออกด้วยเครื่องมือรีดน้ำแบบต่างๆ หลังจากติดตั้งฟิล์มกรองแสงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีน้ำยาติดตั้งเหลืออยู่ระหว่างแผ่นฟิล์มกับกระจกบ้าง  ถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ลักษณะมองผิวเผินจะคล้ายๆกับฟองอากาศ

Read more
Share

0

ปัจจุบันการติดฟิล์มรถยนต์เป็นที่แพร่หลายอย่างมากและถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถยนต์ทุกคัน เพราะ ภูมิอากาศของเมืองไทยเป็นเมืองร้อน
โดยปกติผู้ใช้รถควรจะคำนึงถึงหลักสำคัญ 4 ประการคือ
1.การป้องกันรังสีความร้อน
การป้องกันรังสีความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆของการเลือกฟิล์มติดรถยนต์เนื่องจากเมืองไทยเป็นประเทศที่มีอากาศค่อนข้างร้อนทำให้ผู้บริโภคนิยมเลือกใช้ฟิล์มติดรถยนต์ที่กันความร้อนได้สูง โดยปกติแล้วฟิล์มกรองแสงที่มีความเข้มมากมักจะกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีกว่าฟิล์มกรองแสงสีใส เนื่องจากในแสงสว่างนั้นก็จะมีความร้อนแฝงอยู่ด้วย  และฟิล์มกรองแสงที่สะท้อนมากก็จะสามารถกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มกรองแสงที่สะท้อนน้อยๆเช่นกัน
2.ทัศนะวิสัยการมองเห็นจากภายในรถยนต์ (ทั้งกลางวันและกลางคืน)
ทัศนะวิสัยการมองเห็นถึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะตัดสินใจเลือกฟิล์มรถยนต์ โดยปกติแล้วฟิล์มที่มีความเข้มน้อย ทัศนวิสัยก็จะดีกว่าฟิล์มที่มีความเข้มมาก  และฟิล์มสีดำทัศนวิสัยก็จะดีกว่าฟิล์มปรอทเช่นเดียวกัน เนื่องจากฟิล์มมีความสะท้อนน้อยกว่า ฟิล์มคุณภาพสูง เช่นฟิล์มประเภทนาโน ทัศนวิสัยการขับขี่ก็จะดีกว่าฟิล์มแบบธรรมดาหรือฟิล์มย้อมสีเช่นเดียวกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสายตาของผู้ขับขี่เองด้วย ถ้าผู้ขับขี่มีปัญหาด้านสายตาหรือสายตาสั้นก็ควรจะเลือกฟิล์มที่มีความเข้มในระดับไม่เกิน60%
3.ความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งฟิล์มกรองแสง
ความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งฟิล์มกรองแสง กระจกรถยนต์ถือเป็นส่วนประกอบหลักที่ผู้บริโภคแทบทุกท่านคำนึงถึง  ดังนั้นเฉดสีและเปอร์เซ็นต์การสะท้อนของฟิล์มกรองแสงจึงมีผลต่อความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งด้วย  โดยส่วนใหญ่แล้วรถยนต์แต่ละสีก็จะเข้ากับเฉดสีของฟิล์มกรองแสงต่างกันขึ้นอยู่กับความชอบและรูปทรงของรถยนต์
4.คุณภาพการรับประกันและการติดตั้ง
ฟิล์มติดรถยนต์ที่ดี ควรจะมีการรับประกันคุณภาพเนื้อฟิล์มตั้งแต่ 5-10 ปี ผลิตจากโรงงานที่เชื่อถือได้และมีศูนย์ติดตั้งที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะให้คำแนะนำ ปรึกษา และติดตั้งให้อย่างมืออาชีพ

Read more
Share

0

หลายๆ คนมีคำถามสงสัยว่า ติดฟิล์มปรอท จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เพราะสารปรอทเป็นโลหะหนัก เป็นพิษต่อร่างกาย  ถ้าฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพก็กังวลว่าสารปรอทรั่วไหลออกมาหรือไม่  ซึ่งในความจริงแล้ว ฟิล์มปรอทนั้น ไม่ได้มีส่วนประกอบของปรอทในการผลิตอยู่เลย ฟิล์มปรอทที่คนทั่วๆไปเรียกกันนั้น จะทำมาจากฉาบสารโลหะประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสารอลูมิเนียม , ไททาเนียม , เงิน , ทอง ฯลฯ  แล้ว ทำไมถึงเรียกกันว่าฟิล์มปรอทหละ? อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของผู้บริโภคคนไทยสมัยก่อนเช่นกัน ด้วยความที่ว่าในสมัยที่ฟิล์มฉาบโลหะนำเข้ามาในประเทศไทยใหม่ๆนั้น คนสังเกตุเห็นฟิล์มเป็นแผ่นมันวาวคล้ายๆกับกระจก จึงเหมารวมไปว่า ฟิล์มแบบฉาบโลหะน่าจะมีวิธีการผลิตเหมือนกับการผลิตกระจกโดยใช้สารปรอท และได้เรียกผิดๆกันต่อๆมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องนั้น ควรจะเรียกว่า “ฟิล์มฉาบโลหะ” จะถูกต้องมากกว่า

Read more
Share
X