คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิล์มรถยนต์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิล์มรถยนต์

1.ติดฟิล์มรถยนต์สีดำเข้ม ไม่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ ?

ในปัจจุบัน กฎหมายบังคับใช้ฟิล์มกรองแสง ขณะนี้ได้ยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว โดยการเปิด เผยของนายพงศกร เลาหวิเชียร รมช.กระทรวงคมนาคม  

ที่มา http://www.trafficpolice.go.th/project4.php

แต่ หากจะย้อนไปถึงสมัยหลายปีก่อน  กรมการขนส่งเคยออกกฎหมาย  ให้รถยนต์ทุกคัน ติดฟิล์มกรองแสงได้โดยให้ค่าของแสงผ่านได้ร้อยละ 40 เหตุผลก็คือเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและอาชญากรรม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคเท่าใดนัก เพราะ ผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ จะติดฟิล์มความเข้มเกิน 40% อยู่แล้ว (เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปี) ทำให้รถเกือบทุกคันต้องลอกเปลี่ยนฟิล์มเก่าทิ้ง  นอกจากนี้ยังเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของความเป็นธรรม เพราะรถของกรมตำรวจบางคันเอง หรือรถของบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ยังคงติดฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้รถทั่วไป กฏหมายฉบับนี้จึงถูกยกเลิกไปในที่สุด

 

2.คราบน้ำที่เกิดขึ้นบนกระจกหลังจากติดตั้ง จะหายไปเองหรือไม่ ?

ในกระบวนการติดตั้งฟิล์มกรองแสงนั้น จะมีการใช้น้ำยาติดตั้งฉีดลงบนกระจก และ กาวบนแผ่นฟิล์มกรองแสงก่อนติดตั้ง เพื่อที่จะได้เลื่อนขยับแผ่นฟิล์มให้เข้ารูปกับกระจกได้ หลังจากนั้นจะถูกรีดออกด้วยเครื่องมือรีดน้ำแบบต่างๆ หลังจากติดตั้งฟิล์มกรองแสงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีน้ำยาติดตั้งเหลืออยู่ระหว่างแผ่นฟิล์มกับกระจกบ้าง  ถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ลักษณะมองผิวเผินจะคล้ายๆกับฟองอากาศ เกิดขึ้นทั่วไปบริเวณที่ติดตั้ง มองจากข้างในรถจะเป็นคลื่นๆไม่เรียบ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายได้เองภายในระยะเวลา 1-4 สัปดาห์  ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นฟิล์มกรองแสง และสภาพอากาศ  ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้เลื่อนกระจก หรือ เช็ดกระจกแรงๆ เพราะอาจจะทำให้ฟิล์มกรองแสงเคลื่อนที่ได้   

 

3.ฟิล์มกรองแสง HeatGard รับประกันเรื่องใดบ้าง ?

บริษัทฯ ขอรับประกันคุณภาพของฟิล์มกรองแสงฮีทการ์ดที่ติดตั้งจาก “ตัวแทนจำหน่าย” อย่างเป็นทางการว่า เนื้อฟิล์มจะไม่ แห้งกรอบ, แตกร้าว, หลุดลอกออกจากกระจก

ฟิล์มรุ่นBlackGard เป็นระยะเวลา 5 ปี

ฟิล์มรุ่น NanoGard เป็นระยะเวลา 7 ปี

กรณีฟิล์มกรองแสงเกิดความเสียหายทาง “ตัวแทนจำหน่าย” จะยินดีซ่อมแซม หรือ เปลี่ยนฟิล์มให้ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

4.เลือกฟิล์มติดรถยนต์อย่างไร ให้เข้ากับรถของคุณ ?

ปกติการเลือกฟิล์มกรองแสงที่เข้ากับรถของท่านั้น ควรจะพิจารณาสิ่งต่างๆ ดังนี้

1.ทัศนะวิสัยการมองเห็นจากภายในรถยนต์ (ทั้งกลางวันและกลางคืน) – ฟิล์มกรองแสงมีหลายประเภท มีหลายความเข้ม ซึ่งฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี เช่น ฟิล์มกรองแสงแบบนาโน ก็จะทำให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ ดีกว่าฟิล์มแบบทั่วๆไปที่ความเข้มเดียวกัน

2.การป้องกันรังสีความร้อน – เพื่อการขับขี่ที่สบาย ฟิล์มกรองแสงที่ดี ควรจะป้องกันความร้อนได้มาก แต่ก็ไม่ควรเข้มจนเกินไป

3.ความสวยงามของรถยนต์หลังติดตั้งฟิล์มกรองแสง – ฟิล์มติดรถยนต์ทั่วๆไปจะมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือฟิล์มดำ กับฟิล์มปรอท การติดฟิล์มทั้ง 2 แบบนี้ จะทำให้รถของท่านมีความสวยงามที่ต่างกันไป ต้องพิจารณาดีๆก่อนติดตั้ง

4.ความคงทน และคุณภาพการติดตั้ง – ฟิล์มกรองแสงที่ดี ควรจะมีการรับประกันตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และมีศูนย์ติดตั้งที่มีคุณภาพ คอยให้บริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

 

5.ทำไมฟิล์ม HeatGard ถึงกันความร้อนได้สูงสุดถึง 82%

จากการค้นคว้าวิจัยพัฒนาฟิล์มกรองแสงที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย ฟิล์มติดรถยนต์ HeadGard จึงเป็นฟิล์มกรองแสงแบบสั่งผลิตพิเศษ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดจากประเทศเยอรมัน ทำให้เนื้อฟิล์ม HeadGard เป็นสามารถป้องกันรังสีความร้อนได้สูง เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย  ลดความร้อนจากแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยมสูงสุดถึง 82% อีกทั้งเนื้อฟิล์มยังคมชัด ไม่รบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่

 

6. สังเกตได้อย่างไรว่าเป็นฟิล์ม HeadGard ของแท้ ?

ฟิล์ม HeatGard ของแท้มีข้อสังเกตได้ดังนี้

  • จะต้องมี โลโก HeatGard พร้อมทั้งระบุรุ่น (รุ่น BlackGard รหัส BG , รุ่น NanoGard รหัส NG) และความเข้ม (ปริมาณค่าแสงสว่างส่องผ่าน) ปริ้นอยู่บนแผ่นฟิล์ม
  • จะต้องมีใบรับประกัน จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมอบให้

หากมีข้อสงสัยว่าฟิล์มกรองแสงที่ท่านติดตั้งเป็นฟิล์มกรองแสง HeatGard ของแท้หรือไม่ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ 02-003-3583 ,099-335-8756

Leave a Reply

Be the First to Comment!

Notify of
avatar
wpDiscuz
X